คิดถึงวันเก่าๆ...ดรีมทีมเศรษฐกิจ ทักษิณ-สมคิด-หม่อมอุ๋ย
ไม่ใช่ว่าทุกอย่างดีเลิศไปหมดในรัฐบาลทักษิณ เพราะหลายกระทรวงมีการทุจริต เเต่หากเราเปรียบยุคนั้นกับยุคนี้ ?
วันนี้ทั้งวัน ผมนั่งลองนึกถึงอดีต ในช่วงปี 2543 ถึง 2549 มันช่างเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนอย่างไร้จุดเปราะบาง ตลาดหุ้นผงาดเหนือ 1,000 จุด ตั้งเเต่ช่วงเเรกที่คุณทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี
แม้จะมีข้อกล่าวหาเรื่องปั่นหุ้น ที่มุ่งไปถึงเซียนรายใหญ่ เจ้ามือตลาด ที่บังเอิญเป็นนายทุนย่อยของพรรคไทยรักไทยบ้าง เเต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนั้นทุกคนอยากซื้อหุ้น ความเชื่อมั่นนั้นเเรงเต็มเปี่ยม
พูดตามตรง มันไม่ใช่ว่า ผมมีอคติอะไรกับทีมเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศ คุณธาริสา วัฒนเกศ เป็นบุคคลของเเบงค์ชาติที่มีความสามารถเเละน่าเสียดายที่ท่านจะต้องเกษียนอายุไปในเดือนตุลาคมนี้ แเต่ถ้าคุณดูคู่หูเศรษฐกิจ ในกรณีของท่านกรณ์กับท่านมาร์คเเล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ารวมนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ บุคคลที่มีฝีมือกับการไล่ล่าทางการเมืองเข้าไปอีก เเค่นั่งดูผมก็รู้สึกเศร้าใจ
ความเชื่อมั่นในฝีมือของผู้บริหารเศรษฐกิจประเทศนั้นสำคัญ ไม่ว่าคุณจะชอบไม่ชอบทุกคน แต่ก็อุ่นใจที่สุดในยุคที่ตัวเลข GDP โตเฉลี่ยปีละ 6% งบประมาณไร้การขาดดุล กู้เงินก็ไม่ต้องกู้ เพราะมีมือดีดีอย่างท่านอดีตอธิบดีกรมสรรพากร สุชาติ เชาว์วิศิษฐ ช่วยดูเเลเรื่องฐานภาษี หนี้ต่างประเทศถึงมี เเต่ค่อย ๆ ลดลง หุ้นไม่ต้องพูดถึง ช่วงคุณกิตติรัตต์ ณ ระนอง เป็นกก.เเละผจก. volume เเต่ละวันไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท
พูดตรงๆ ผมคิดถึงวันที่นายกรัฐมนตรีชื่อทักษิณ รมว.คลัง ชื่อสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เเละผู้ว่าธปท.ชื่อม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล นั่นคือ dream team เศรษฐกิจ dream team ที่กลับพังทลายไป เพราะทฤษฏีเเบ่งเเยกเเละปกครอง ของกองทัพเเละชนชั้นอำมาตย์
การทำงานในช่วงนั้น เน้นยุทธศาสตร์ที่รวดเร็ว เห็นผล ประชาชนกินได้ เเละในขณะเดียวกันก็มีการตรวจสอบอย่างพอเพียงในทุกระดับ (ไม่ใช่โตอย่างพอเพียง อย่างมาตรา 83 ของรัฐธรรมนูญ เเล้วกลับตรวจสอบเเบบเกินเหตุ จนไม่มีอะไรเดิน)
ส่วนนักลงทุนและนักธุรกิจ ก็ไว้วางใจ เพราะเขาเชื่อในฝีมือ ถามว่าทุกวันนี้ฟากเอกชนเขาเชื่อในฝีมือทีมเศรษฐกิจมั้ย ? ไม่หรอกครับ เขาเพียงเเค่เกรงใจ สอท. // เกรงใจหอการค้า // เกรงใจสมาคมธนาคาร // เกรงใจภาคเอกชน ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ไว้ใจทีมเศรษฐกิจที่อ่อนของรัฐบาลประชาธิปัตย์
อ่อนตั้งเเต่อภิสิทธิ์ จนถึงกรณ์ จนถึงกอร์ปศักดิ์ จนถึงพรทิวา และอ่อนที่สุด คือประธานสกัดการเติบโตเศรษฐกิจ ชื่ออัคราฑร จุฬารัตน์ มันไปได้เเค่นี้จริงๆ สำหรับรัฐบาลผสมรุ่นนี้ ที่ไม่ได้รับความไว้วางใจ จากคนนอกพรรค เเละขนาดคนที่พูดนักพูดหนาว่าเป็นกลาง รัฐบาลที่ทนงตน ก็ไม่ยอมดึงคนนอกเข้ามาร่วมงาน
ผมคิดถึงยุคของ dream team ทักษิณ/สมคิด/หม่อมอุ๋ย ผมคิดถึงจริงๆ ทั้งที่ในยุคนั้น ผมไม่มี ทั้งชื่อเสียงหรือฐานะ น่าเสียดาย trio นี้ ไม่มีโอกาศนำพาเศรษฐกิจไทยได้อีก มาถึงตอนนี้เ เต่ละคนที่ผมได้กล่าวถึงก็ต่างกระเซ็นกระสายไปอยู่กันคนละทิศคนละทาง ตามความเเตกเเยกของประเทศเเล้ว
เสียดายในความเป็นปึกเเผ่นที่จะสามารถช่วยพยุงเศรษฐกิจเเละการเมืองไทยออกจากภาวะคาราคาซังในเวลานี้
Content by VoiceTV
26 มีนาคม 2553 เวลา 19:45 น.
View 5243 : comment 0